22
Jan
share facebook share twitter

สอนการสร้าง Google Display Network Campaign Step-by-step Guide

Google Adwords

GDN (Google Display Network) คือ การทำโฆษณารูปแบบหนึ่งจาก Google Adwords เป็นรูปแบบโฆษณาด้วยภาพ หรือที่เราเรียกว่า แบนเนอร์ (Banner) เป็นการทำโฆษณาโดยนำรูปที่โฆษณาที่เราสร้างแสดงผลผ่านเครือข่ายเว็บไซต์ (Publishers) ชื่อดังต่างๆ เช่น Youtube, เว็บไซต์รีวิวเครื่องสำอาง, แฟชั่น, Sanook, Kapook, หนังสือพิมพ์ออนไลน์, Dek-d, Settrade, MThai, ฯลฯ รวมทั้ง แสดงผลบน Mobile Application ด้วย ซึ่งในส่วนนี้เราสามารถเลือกได้ทั้งหมด ว่าจะให้แสดงผลที่ไหน


GDN มีขั้นตอนการทำอย่างไร?


ก่อนที่เราจะทำโฆษณา GDN เราต้องทำรูป Banner กันก่อน เรามาดูกันดีกว่า ว่าเราต้องใช้รูปขนาดไหนกันบ้าง เพื่อให้ครอบคลุมกับการแสดงผล

(หากรูปตัวอย่างไม่ขึ้นให้ปิด ad block)

gdn ad sizes

ขนาดรูป Banners บน Desktop และ ขนาดรูป Banners บน Mobile


มาถึงตรงนี้ หลายๆคน อาจจะเห็นว่า Banners มีหลายขนาดมากๆ ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดก็ได้ แต่การที่เราทำรูป Banner หลายๆรูปนั้น ก็หมายถึง โอกาสที่จะเข้าถึง ผู้ชมโฆษณา (Audience) ของเราก็มากขึ้นไปด้วย


พอเราเตรียม Banner เรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงวิธีการสร้าง Display Campaign และวิธีการ Targeting (การกำหนดกลุ่มเป้าหมายการโฆษณา) เรามาดูกันดีกว่า ว่าสร้าง Display Campaign ยังไง

สร้าง Campaign

gdn add campaign
กด ปุ่ม + สีฟ้า เพื่อทำการสร้าง Campaign ที่ต้องการ

select campaign type

พอกดเสร็จ ระบบก็จะนำเรามาสู่หน้าที่ให้เลือก ประเภทของ Campaign ให้เราเลือก Display Network ในลำดับที่ 2 นับจาก ซ้าย

gdn select goals

หลังจากเลือก Display Network เสร็จ จะมีส่วนด้านล่างเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้เลือก Goal ซึ่งเราสามารถปรับตามจุดประสงค์ของการทำ Marketing ของเราได้

ประเภทของ Goals แบ่งออกได้เป็น :

Sales – เน้นไปที่การขาย, คนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์, เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ Goal นี้เหมาะกับธุรกิจขายสินค้าทั่วไป เช่น เว็บไซต์ e-Commerce
Leads – เน้นไปที่การเก็บรายชื่อคนที่สนใจ product หรือธุรกิจของเรา เช่น สมัครรับข่าวสาร หรือ เหมาะสำหรับการขายของชิ้นใหญ่ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์, รถยนต์ หรือประกัน เป็นต้น
Website Traffic – เน้นไปที่การนำกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่เข้าสู่เว็บไซต์
Product and Brand considerations – เหมือนเป็นการกระตุ้นรู้สึกตระหนักถึง Product ของเราและอยากที่จะ Engage ด้วย (Goal นี้ algorithm ของ Google จะส่ง Banner ของเราไปหากลุ่มคนที่มีแนวโน้มจะคลิกโฆษณา)
Brand awareness and reach – ซึ่งมันคือ การสร้างการรับรู้แบรนด์ การดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ให้รับรู้แบรนด์ของเรา ซึ่งจะเน้นไปที่การเห็นซ้ำๆ ไม่เหมือนกับ Product and Brand considerations ที่เน้นไปที่การให้ลูกค้ามีส่วนร่วมหรือคลิกโฆษณา


*เราสามารถเลือก Create your campaign without a goal แล้วค่อยเลือก Goal ที่หลังก็ได้ หากยังไม่มั่นใจว่าจุดประสงค์การทำ Marketing ของเราคืออะไร

หลังจากเลือก goals เราจะมายัง list ให้เลือก Campaign Subtype


gdn campaign subtype

เลือก Standard display campaign ตามรูปด้านบนเลยครับ

ถ้าเลือก Sales, Lead, Website traffic หรือ Create your campaign without a goal ก็จะมีหน้าตา Tab แบบนี้ขึ้นมา ซึ่งตรง Smart display campaign หากใครยังไม่มี Conversion ถึง 50 Conversions ใน 30 วันก่อนหน้า ก็จะไม่มีตัวนี้ขึ้น ไม่ต้องตกใจไป หากใครอยากรู้ว่า Smart display campaign คืออะไร เราจะมีในบทความต่อๆไปครับ วันนี้ขอข้ามไปก่อน

กำหนด Locations และ Languages

gdn target location and language
เลือก สถานที่ (Locations) บริเวณพื้นที่ที่เราต้องการให้โฆษณาแสดงผล สามารถกำหนด เป็น รัศมีกลมๆ หรือ พิมพ์ชื่อจังหวัด, เขต, ที่ตั้งบริเวณนั้นก็ได้เช่นกัน สำหรับตัวเลือกภาษา ให้เลือกทั้งไทยและอังกฤษ เพราะอย่าลืมครับ คนไทยเราใช้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

เลือก Bidding Strategy และกำหนด Budget

gdn bidding strategy

เรื่อง Bid Strategy เดี๋ยวเรามาลงรายละเอียดในบทความต่อๆไป วันนี้ให้เลือก Manual CPC ไปก่อนครับ
พอถึงช่อง Budget ก็ให้ใส่จำนวนเงินที่เราต้องการใช้ run ad ภายในหนึ่งวัน Delivery method ให้เราเลือกเป็น Standard นะครับ เพราะถ้าเลือก
Accelerated คือมันจะแสดงผลโฆษณาของเราถี่มาก จนเงินเราอาจจะหมดตั้งแต่ครึ่งวันเช้าเลยก็ได้ครับ


*Delivery method แบบ Accelerate เหมาะสำหรับ campaign ที่มี budget เยอะและต้องการให้คนเห็นโฆษณาบ่อยๆ


หลังจากนั้นกด drop-down Additional Settings จะได้ list หน้าตาดังรูปด้านล่าง

gdn additional settings

รายละเอียด options ต่างๆ :

-Ad Rotation คือ การหมุนเวียนตัวโฆษณา ปัจจุบันจะเหลือสองแบบ ได่แก่ Optimise: Prefer best performing ads คือ ให้มันแสดงผล Banner ที่ทำงานได้ดีบ่อยกว่าตัวอื่น (หรือ Banner ก่อให้เกิด Goals มากที่สุดนั่นเอง) และ Do not optimise: Rotate ads indefinitely คือ การให้หมุนเวียนตัวโฆษณาไปเรื่อยๆ ไม่ต้องโฟกัสตัวไหนเป็นพิเศษ ซึ่งในระยะแรกที่รัน แนะนำให้ใช้ตัวนี้ เพื่อ Test หาตัวที่ดี จึงค่อยเปลี่ยนเป็น Optimise: Prefer best performing ads
-Ad Schedule ระยะเวลาที่โฆษณาเราจะแสดงผลให้คนอื่นเห็น
-Start date, End date เวลาเริ่ม และ จบ Campaign
-Devices ประเภทอุปกรณ์, เครือข่ายโทรศัพท์ และระบบปฏิบัติการ ที่เราต้องการให้โฆษณาเราแสดงผล
-Frequency capping ความถี่ของโฆษณา สามารถเลือกได้ เป็นกี่ครั้งต่อวัน หรือต่ออาทิตย์ หรือเป็นการกำหนดว่ากลุ่มเป้าหมายจะสามารถเห็นโฆษณาต่อวันหรือต่อสัปดาห์ได้กี่ครั้ง เพื่อเลี่ยงการแสดงผลแบบสร้างความน่ารำคาญต่อกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งอาจส่งผลไปถึงเรื่อง Brand Perception ได้
-Location options ซึ่งที่ Adwords เลือกมาให้เป็นค่า default คือ กลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่และคนที่สนใจในพื้นที่ที่เราเลือกไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งถ้าเราต้องการแยก ก็สามารถทำได้ คือเลือกแค่คนที่อยู่ในพื้นที่ หรือ แค่คนที่อยู่พื้นที่อื่นแต่สนใจพื้นที่ที่เราเลือกไว้ ก็สามารถทำได้ครับ
-Content Exclusions ให้เราเลือกพื้นที่ที่เราไม่ต้องการให้โฆษณาของเราแสดงผล เช่นเว็บไซต์เกี่ยวกับความรุนแรง, เพศ หรือ ขึ้นใน Application ต่างๆ ที่อาจส่งภาพลักษณ์ในทางลบกับ product หรือ brand ของเรา
ส่วนของ Campaign URL options และ Dynamic Ads เป็นฟังก์ชั่นสำหรับ เว็บไซต์ที่มีสินค้าเยอะๆ ซึ่งเราจะยังไม่พูดถึงในตอนนี้ครับ


สร้าง Ad group name (กลุ่มของตัวโฆษณาที่จะแสดงผล)

เนื่องจากเราสามารถมี Banners ได้หลายชิ้น หลายขนาด ตาม sizes ที่แสดงในส่วนต้นของบทความ ยิ่ง format ของเรายิ่งมาก หมายถึงจำนวน Banners ของเราที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนำไปสู่การแสดงผลที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

gdn ad group settings

กำหนด Audience

กำหนดรูปแบบความสนใจทั้งระยะสั้น ระยะยาว Affinity and In-market

gdn audience interest

เลือกประเภทความสนใจของ Audience ได้จากตรงนี้


Affinity Interest


Affinity Interest คือ กลุ่มคนที่มีความสนใจระยะยาว (หรือความชอบส่วนบุคคล) เช่น ถ้าเราจะเลือกคนที่ชอบอาหารไม่ว่าจะชอบทำ หรือชอบตระเวนทาน เราก็อาจจะเลือกว่า Food & Dining หรือถ้าเฉพาะเจาะจงไปกว่านั่นอีก เราอยากจะโฟกัสเฉพาะคนที่ชอบทำอาหารอย่างเดียวเราก็สามารถเลือกได้ โดยการคลิกลูกศรที่ชี้ให้มันขยายกลุ่มย่อยลงมา แล้วเลือก Cooking Enthusiasts ซึ่งพอเราเลือกกลุ่มเป้าหมายเรา เราสามารถดูขนาดกลุ่มผู้ที่จะเห็นโฆษณาของเราได้ ด้านขวามือนะครับ (กลุ่มที่ Google จัดมาให้ค่อนข้างละเอียดโดยแต่ละ group ก็จะมี subgroup ของมันเอง เช่น Automotives > Honda, Toyota เป็นต้น)


In-market Interest


In-market Interest (ความสนใจระยะสั้น) คือ กลุ่มคนที่กำลังค้นหาสินค้าต่างๆอยู่ อย่างเช่น นายกอล์ฟ อยากได้รองเท้าคู่ใหม่ ก็ search หารองเท้า ดูราคาบนเว็บไซต์ต่างๆ Google จะมองว่านายกอล์ฟปัจจุบันมีความสนใจที่จะซื้อรองเท้า Google จะนำโฆษณารองเท้าไปแสดงผลให้นายกอล์ฟได้เห็นครับ


ดึงกลุ่มที่เคยเข้าเว็บไซต์กลับมาใหม่ (Remarketing)


Re-marketing คือ การส่งโฆษณากลับไปหาคนที่เคยเข้าเว็บไซต์ของเรา โดยเราสามารถสร้างกลุ่ม Re-marketing ที่จะนำมาใช้ โดยการติด code ของ adwords หรือ ถ้าใครมี analytics แล้ว ใช้ Analytics สร้างกลุ่ม Re-marketing ก็ได้เช่นกัน และจะสามารถตั้งเงื่อนไขได้มากกว่าด้วยครับ


เลือกแสดงผลบนกลุ่ม Content ที่เกี่ยวข้องกับ Product ของเรา

gdn content targeting

Content Targeting มีให้เลือกทั้ง Keywords, Topics และ Placements

การใช้ Target จาก Content โฆษณาของเราจะถูกนำไปแสดงผลบนเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้องกับตัว Product หรือ Business ของเรา แบ่งออกได้สามแบบ :


-Keywords/Contextual คือ การโฟกัสที่ Keywords หรือบริบทการกระทำ เช่นเราใช้คำว่า sunglasses มันก็จะไปโชว์โฆษณาที่มีคำว่า sunglasses หรือเว็บเกี่ยวกับแว่นกันแดดครับ
-Topics คือ การเลือกหัวข้อของเนื้อหา Content ที่ต้องการให้โฆษณาของเราไปขึ้นแสดงผล
-Placements คือ เราสามารถเลือกเว็บไซต์ที่เราต้องการได้เลย โดยการใส่ link url เช่นเราต้องการให้โฆษณาของเราแสดงผลบน Sanook.com เราก็ใส่เลยครับ http://www.sanook.com แต่ไม่ใช่ว่าจะใส่ได้ทุกเว็บไซต์นะครับ ต้องเช็คด้วยว่าเค้ามี slot ของ google adsense ไว้รึเปล่า หรือพื้นที่ที่จะให้ Banners ของเราไปขึ้นนั่นเอง

gdn automated targeting
Automated targeting ให้เลือกเป็น Conservative automation เหมือนเดิมเลยครับ

Ad group bid เราก็ใส่ราคาที่เราพร้อมจ่ายเป็น click ครับ


Create your ads คลิก + NEW AD ถ้าใครสร้าง Banner ตามไซส์ที่ผมได้บอกไปข้างต้นแล้วก็เลือก Upload display adsได้เลยครับ หรือถ้าใครไม่มีฝั่ง Graphic ทำภาพเจ๋งๆให้ ก็สามารถเลือก Responsive Ad ได้

gdn create ads
โดยการอัพโหลดภาพที่เรามีอยู่แล้ว หรือ จะใส่ website ของเราให้ Adwords มันดึงภาพจากเว็บไซต์เลยก็ได้เช่นกัน เจ๋งใช่ไหมละครับ พอใครใส่รูปเสร็จแล้วก็ ตั้งHeadline text ad ต่างๆ ถ้าใครสร้างเสร็จแล้วก็กด Create Campaign ได้เลยครับ


และนี่คือการสร้าง Campaign ในเบื้องต้น สำหรับรายละเอียดเรื่องการกำหนด Target หรือ Bidding Strategy ต่างๆ ยังมีอีกมากมายให้ติดตามในบทความต่อๆ ไปครับ


tags : ,